- ปลายังไม่ใช่คำตอบ ปลาเป็นคำตอบของคนที่รักสุขภาพ แต่ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่กำลังไดเอท เพราะอาหารที่ทำจากปลาคหนีไม่พ้นการทอด หรืออบเนย ถ้าเป็นเอร์เกอร์ปลาก็ใส่มายองเนสจนชุ่ม ก่อนจะทานปลาจึงต้องไม่ลืมดีด ลูกคิดหาปริมาณแคลอรีด้วย เพราะปลาบางจานอาจจะแคลอรีสูงกว่าไก่ย่างรสแซบเสียอีก
- ดื่มน้ำผลไม้ คุณๆที่โปรดปรานน้ำผลไม้ควรทราบความจริงแล้ว น้ำผลไม้ของคุณไม่มีไฟเบอร์เหลืออยู่แล้วแต่มีน้ำตาลเพียบทั้งตัวผลไม้เอง และจากน้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ที่แม่ค้าเขาใส่ลงไปล่อใจคุณไงล่ะ แก้วหนึ่งจึงไม่ต่างจากกินข้าวเกือบทั้งจาน ปริมาณน้ำตาลสูงๆแบบนี้จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้คุณอิ่มเร็ว ทั้งๆที่เพิ่งทานอาหารจานหลักไปได้นิดเดียว จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะหิวจนต้องวิ่งหาของกินเพิ่มเติม ทั้วที่ตั้งใจจะอดแล้วเชียว
การล้างพิษถ้าจะให้ได้ผลดี ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดสูตร น้ำผัก-ผลไม้มีประโยชน์ ในการล้างสารพิษและทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง เพียงแต่ปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพความงามที่แท้จริงนั้นคือความงามตามธรรมชาติ แต่ธรรมชาติก็ไม่ได้มอบผิวเรียบงามมาให้กับผู้หญิงทุกคน ดังนั้นเครื่องสำอางจึงเป็นเครื่องประทินโฉมชิ้นสำคัญของผู้หญิง
18.2.52
ข้อห้าม ระหว่างไดเอท
17.2.52
ข้อห้าม ระหว่างไดเอท
1.ดื่มกาแฟเกินแก้ว สาวหลายคนนิยมดริ๊งกาแฟ เพราะเชื่อในสรรพคุณ การกระตุ้นระบบเผาผลาญ
แต่อาจจะลืมไปว่า การดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้ขาดน้ำและนอนไม่หรับ เมื่อนอนไม่หรับก็จะหิวและต้องลุกมาหาอะไรกินแก้ท้องว่าง ซ้ำร้ายกาแฟยังทำให้ร่ากายขาดน้ำแทนที่จะผอมก็เลยยิ่งอ้วนแบบทั้งเหี่ยวทั้งโทรม
2.ทานแต่อาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำคือคำตอบของการรีดน้ำหนัก แต่อาหารไขมันต่ำส่วนใหญ่จะมีข้อเสียที่รสชาติ ผู้ผลิตเขาก็เลยต้องอุดรูรั่วด้วยการกระหน่ำเติมน้ำตาลลงไป ทำให้คนกินได้รับแคลอรีที่ไม่ต้องการเพิ่มมาอีกเพียบ ถ้าจะกินอาหารไขมันต่ำ ต้องอ่านสลากทุกครั้ง เพื่อเช็ค
ปริมาณน้ำตาลและแคลิรี
3.ไว้ใจอาหารจานผัก คำว่าผักอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้อาหารจานนั้นเป็นอาหารแคลอรีต่ำ ยังต้องดูวิธีปรุงประกอบกันไปด้วย เพราะอาหารผักๆส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับน้ำมันท่วมจาน อย่างผัดผัก สลัดผักน้ำข้น ถ้าอยากทานผักได้อย่างมั่นใจ คงต้องลงมือเข้าครัวเอง หรือเลือกทานแต่ผักประเภทต้มๆ ย่างๆ อย่างนี้ล่ะชัวร์สุด!
แต่อาจจะลืมไปว่า การดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้ขาดน้ำและนอนไม่หรับ เมื่อนอนไม่หรับก็จะหิวและต้องลุกมาหาอะไรกินแก้ท้องว่าง ซ้ำร้ายกาแฟยังทำให้ร่ากายขาดน้ำแทนที่จะผอมก็เลยยิ่งอ้วนแบบทั้งเหี่ยวทั้งโทรม
2.ทานแต่อาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำคือคำตอบของการรีดน้ำหนัก แต่อาหารไขมันต่ำส่วนใหญ่จะมีข้อเสียที่รสชาติ ผู้ผลิตเขาก็เลยต้องอุดรูรั่วด้วยการกระหน่ำเติมน้ำตาลลงไป ทำให้คนกินได้รับแคลอรีที่ไม่ต้องการเพิ่มมาอีกเพียบ ถ้าจะกินอาหารไขมันต่ำ ต้องอ่านสลากทุกครั้ง เพื่อเช็ค
ปริมาณน้ำตาลและแคลิรี
3.ไว้ใจอาหารจานผัก คำว่าผักอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้อาหารจานนั้นเป็นอาหารแคลอรีต่ำ ยังต้องดูวิธีปรุงประกอบกันไปด้วย เพราะอาหารผักๆส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับน้ำมันท่วมจาน อย่างผัดผัก สลัดผักน้ำข้น ถ้าอยากทานผักได้อย่างมั่นใจ คงต้องลงมือเข้าครัวเอง หรือเลือกทานแต่ผักประเภทต้มๆ ย่างๆ อย่างนี้ล่ะชัวร์สุด!
15.2.52
ข้อดีข้อเสีย ขอวิธีไดเอทแบบล้างพิษ
วิธีไดเอทแบบล้างสารพิษ นอกจากจะทำให้น้ำหนักลดลงแล้ว
ยังช่วยล้าสารพิษที่สะสมอยู่ตามระบบต่าๆ ในร่างกายออกไปด้วย เพราะเมื่อสารพิษหลุดออกไป
ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ทำให้ผอมง่ายกว่าเดิม แต่วิธีไดเอท ที่ว่านี้ก็มีขอดี ข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน
1. Raw Food Ddiet
เคล็ดลับของวิธีนี้คือ การกินแต่ของดิบๆเท่านั้น เช่น ปลาดิบ ผักสดดิบๆ ผลไม้สด
โดยอาจจะทำตารางรายการอาหารให้ตัวเองไปเลยว่า มื้อเช้ากินปลาดิบกับสลัดผลไม้
มื้อกลางวันกินสลัดผักจานโตๆ พอถึงมื้อเย็นกินแต่ผลไม้รวมมิตร หรือถ้าเพื่อผักสด
จะใช้วิธีนึ่ง ต้ม หรือตุ๋นก็ได้ แต่ต้องใช้ความร้อนไม่เกิร 100 องศา เพื่อรักษาคุณค่าอาหารของผักไว้
ข้อดีได้เส้นใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้อนานใกล้เคียงกับกับการทานข้าว
ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี จึงช่วยขจัดไขมันออกได้มาก คนที่ทำวิธีนี้จะรู้สึกว่าผอมลงตั้งแต่
สัปดาห์แรก
ข้อเสีย รสชาติของอาหารไม่หลากหลาย ทำให้เบื่อง่าย
2.Cleanse Dirt
คือการกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเมนูเดียวตลอดวัน เช่น ถ้ากินฟักทองต้มก็ต้องกินฟักทองต้มทั้งวัน
วันรุ่งขึ้นกินแกงจืดก็ต้องกินแกงจืดอย่างเดียว ร่งขึ้นกินส้มก็ต้องส้มทั้งวัน
ข้อดี ผอมแน่ๆต่อให้คุณเป็นคนผอมยากขนาดไหน วิธีนี้เอาอยู่
ข้อเสีย ทำยาก และน้ำหนักที่หายไปก็ไม่ใช่ไขมัน
แต่เป็นน้ำและกล้ามเนื้อมากกว่า ถ้าไม่ออกกำลังกายร่วมด้วยผิวพรรณจะเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด
และถ้ากลับมากินอาหารตามปรกติ น้ำหนักก็จะกลับมาอีก
3.Master Cleanse Diet
คนที่ไดเอทด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นคนใจแข็มากๆ เพราะต้องไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำเปล่าบีบมะนาว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ และสารพัดน้ำอื่นๆ ตามใจชอบ
ข้อดี น้ำหนักลดไป 2-3 กิโลภานในอาทิตย์เดียว แถมยังช่วยล้างสารพิษ
ที่หมักหมมในร่างกายอย่าได้ผลด้วย
ข้อเสีย ทำยากมากถึงมากที่สุด และจะมีอาการอ่อนเพลียหงุดหงิด
ที่สำคัญน้ำหนักที่ถูกกำจัดไปนั้นไม่ใช่ไขมัน
ยังช่วยล้าสารพิษที่สะสมอยู่ตามระบบต่าๆ ในร่างกายออกไปด้วย เพราะเมื่อสารพิษหลุดออกไป
ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ทำให้ผอมง่ายกว่าเดิม แต่วิธีไดเอท ที่ว่านี้ก็มีขอดี ข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน
1. Raw Food Ddiet
เคล็ดลับของวิธีนี้คือ การกินแต่ของดิบๆเท่านั้น เช่น ปลาดิบ ผักสดดิบๆ ผลไม้สด
โดยอาจจะทำตารางรายการอาหารให้ตัวเองไปเลยว่า มื้อเช้ากินปลาดิบกับสลัดผลไม้
มื้อกลางวันกินสลัดผักจานโตๆ พอถึงมื้อเย็นกินแต่ผลไม้รวมมิตร หรือถ้าเพื่อผักสด
จะใช้วิธีนึ่ง ต้ม หรือตุ๋นก็ได้ แต่ต้องใช้ความร้อนไม่เกิร 100 องศา เพื่อรักษาคุณค่าอาหารของผักไว้
ข้อดีได้เส้นใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้อนานใกล้เคียงกับกับการทานข้าว
ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี จึงช่วยขจัดไขมันออกได้มาก คนที่ทำวิธีนี้จะรู้สึกว่าผอมลงตั้งแต่
สัปดาห์แรก
ข้อเสีย รสชาติของอาหารไม่หลากหลาย ทำให้เบื่อง่าย
2.Cleanse Dirt
คือการกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเมนูเดียวตลอดวัน เช่น ถ้ากินฟักทองต้มก็ต้องกินฟักทองต้มทั้งวัน
วันรุ่งขึ้นกินแกงจืดก็ต้องกินแกงจืดอย่างเดียว ร่งขึ้นกินส้มก็ต้องส้มทั้งวัน
ข้อดี ผอมแน่ๆต่อให้คุณเป็นคนผอมยากขนาดไหน วิธีนี้เอาอยู่
ข้อเสีย ทำยาก และน้ำหนักที่หายไปก็ไม่ใช่ไขมัน
แต่เป็นน้ำและกล้ามเนื้อมากกว่า ถ้าไม่ออกกำลังกายร่วมด้วยผิวพรรณจะเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด
และถ้ากลับมากินอาหารตามปรกติ น้ำหนักก็จะกลับมาอีก
3.Master Cleanse Diet
คนที่ไดเอทด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นคนใจแข็มากๆ เพราะต้องไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำเปล่าบีบมะนาว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ และสารพัดน้ำอื่นๆ ตามใจชอบ
ข้อดี น้ำหนักลดไป 2-3 กิโลภานในอาทิตย์เดียว แถมยังช่วยล้างสารพิษ
ที่หมักหมมในร่างกายอย่าได้ผลด้วย
ข้อเสีย ทำยากมากถึงมากที่สุด และจะมีอาการอ่อนเพลียหงุดหงิด
ที่สำคัญน้ำหนักที่ถูกกำจัดไปนั้นไม่ใช่ไขมัน
10.11.51
น้ำอัญชัน
น้ำสมุนไพร ที่สาวๆรักสุขภาพชอบดื่มยุคนี้จะมัวปล่อยปละละเลยเรื่องอาหารการกินไม่ได้แล้ว
เพราะลำพังแค่ฝุ่นควันพิษและมลภาวะที่ต้องเผชิญ
ในแต่ละวันก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเต็มทีแล้ว เลยนำ
น้ำสมุนไพรยอดฮิตมาฝากกัน เผื่อสุขภาพที่ดี
น้ำอัญชัน
เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มาแรงสุดๆ ในยุคนี้ก็ว่าได้ เพราะนอกจาก
จะมีสีสันสดใสเก๋ไก๋ประหนึ่งสีสังเคราะห์ รวมทั้งมีรสชาติที่อร่อย
ดื่มแล้วชื่นใจ “น้ำอัญชัน” ยังมีประโยชน์มากมาย อาทิ
มีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริม
ภูมิต้านทานให้ร่างกาย และช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น
ถ้าอยากได้คุณค่าทางอาหารแบบเต็มสตรีม แนะนำให้ดื่ม
“น้ำอัญชัน” ทันทีที่ปรุงเสร็จ (ในกรณีทานร้อน)
เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มาแรงสุดๆ ในยุคนี้ก็ว่าได้ เพราะนอกจาก
จะมีสีสันสดใสเก๋ไก๋ประหนึ่งสีสังเคราะห์ รวมทั้งมีรสชาติที่อร่อย
ดื่มแล้วชื่นใจ “น้ำอัญชัน” ยังมีประโยชน์มากมาย อาทิ
มีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริม
ภูมิต้านทานให้ร่างกาย และช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น
ถ้าอยากได้คุณค่าทางอาหารแบบเต็มสตรีม แนะนำให้ดื่ม
“น้ำอัญชัน” ทันทีที่ปรุงเสร็จ (ในกรณีทานร้อน)
29.10.51
มะม่วง (Mango)
มะม่วง (Mango) ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยขับเสมหะ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันบำรุงผิวพรรณ ช่วยย่อยอาหาร ในระหว่าง ล้างพิษ ควรกินมะม่วงดิบ เพราะมะม่วงสุกจะมีน้ำตาลสูงมะม่วงอุดมไปด้วยวิตามินซี 3 แมกนีเซียม โพแทสเซียม ทองแดง และเบตาแคโรทีน เมื่อต้องนำไปใช้ให้ปอกเปลือกออกให้หมด คว้านเอาเมล็ดออก เอาแต่ส่วนที่เป็นเนื้อไปสกัดเท่านั้น
20.10.51
แอปเปิล ( Appl )
แอปเปิล ( Appl ) อุดมไปด้วยไปด้วยโพแทสเซี่ยม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซี่ยม วิตามินบี1 บี2 และบี6ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดความตึงเครียด ช่วยชะล้างสารพิษที่สะสมอยู่ในตับและไตทำให้ตับและไตสะอาด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) เช่น เบต้าแคโรทีน และไฟโตเคมิคอลเควอเซติน ( Phytochemical Quercetin ) แอปเปิลยังมีกรดมาลิก ( Malic Acid )กรดแทนนิก( Tannic Acid ) และเส้นใยเพ็กติน ( Pectin ) ซึ่งช่วยชะล้างกระเพาะอาหารและลำใส้ช่วยย่อยอาหาร ช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็ก สามารถกินได้ทั้งแบบน้ำสกัดและกินทั้งผล แกนของแอปเปิลมีเพ็กตินซึ่งเป็นเส้นใยที่ทำหน้าที่ในการชะล้างลำใส้เล็กอย่างมีประสิทธิภาพน้ำสกัดจากแอปเปิลมีสรรพคุณในการช่วยลดไข้ และบรรเทาอาการอักเสบของเนื้อเยื่อซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างล้างพิษ
17.10.51
สูตร ล้างสารพิษทำความสะอาดลำใส้
สูตร ล้างสารพิษทำความสะอาดลำใส้
ส่วนผสมแตงโมเหลือง 2 ถ้วย
แตงกวา 1 ถ้วย
อะโวเคาโด 1ถ้วย
แอพริคอต อบแห้ง 1 ถ้วย
จมูกข้าวสาลี 1/4 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
รายระเอียด แตงโมเหลืองมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าโดยไมาเอาเมล็ดออกแตงกวาหั่นเป็นแว่นบางๆไม่ต้องปอกเปลือก นำแตงโมและแตงกวาไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้นำอะโวคาโดมาคว้านเอาแต่เนื้อ ปั่นเนื้ออะโวเคโดรวมกับแอพริคอตอบแห้งและจมูกข้าวสาลีด้วยเครื่องปั่นเติมน้ำผักที่สกัดเตรียมไว้และน้ำแข็งป่นลงไป ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เขัากันอีกครั้ง โรยหน้าด้วยจมูกข้าวสาลีเล็กน้อย เสิร์ฟได้ทันที
ส่วนผสมแตงโมเหลือง 2 ถ้วย
แตงกวา 1 ถ้วย
อะโวเคาโด 1ถ้วย
แอพริคอต อบแห้ง 1 ถ้วย
จมูกข้าวสาลี 1/4 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
รายระเอียด แตงโมเหลืองมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าโดยไมาเอาเมล็ดออกแตงกวาหั่นเป็นแว่นบางๆไม่ต้องปอกเปลือก นำแตงโมและแตงกวาไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้นำอะโวคาโดมาคว้านเอาแต่เนื้อ ปั่นเนื้ออะโวเคโดรวมกับแอพริคอตอบแห้งและจมูกข้าวสาลีด้วยเครื่องปั่นเติมน้ำผักที่สกัดเตรียมไว้และน้ำแข็งป่นลงไป ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เขัากันอีกครั้ง โรยหน้าด้วยจมูกข้าวสาลีเล็กน้อย เสิร์ฟได้ทันที
14.10.51
องุ่น(Grape)
องุ่น(Grape) ช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่กระบวนการเผาพลาญอาหาร ช่วยล้างพิษ มักปรากฏอยู่ในโปรแกรมล้างพิษแทบทุกโปรแกรม ช่วยควบคุมน้ำหนัก ดีต่อเลือดลม ช่วยขับปัสสาวะ อุดมไปด้วยฟอสฟอรัสกำมะถัน แคลเซียม เหล็ก วิตามินบี1 และบี2 วิตามินซี กรดไฟโตเคมิคอลเอลลาจิก และกรดทาณืทาริก ( Tartaric Acid) เมื่อจะนำไปใช้ให้ล้างน้ำให้สะอาด ผ่า ครึ่งโดยไม้ต้องแคะเมล็ดออกนำไปสกัดได้ทันที
12.10.51
สับปะรด (Pineapple)
สับปะรด (Pineapple) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยย่อยโปรตีนได้ดี มีโบรเมลิน (Bromelin) ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาค่าพีเอชของร่างกายให้อยุ่ในระดับสมดุล อุดมด้วยวิตามินซี กรดโฟลิกโพแทสเซียม โซเดียม และ แมกนีเซียม การแพทย์จีนแผนโบราณเชื่อว่าสีเหลืองของสับปะรดสัมพันธ์กับธาตุดินซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร เมื่อต้องนำไปใช้ให้ปอกเปลือดหนาๆ ข้างนอกออกให้หมด หั่นส่วนที่เป็นเนื้อและแกนพอหยาบ นำไปสกัดได้เลยทันที
10.10.51
สาหร่ายสไปรูลินา ( Spirulina )
สาหร่ายสไปรูลินา ( Spirulina )สาหร่ายสไปรูลินาเป็นพืชเซลล์เดียวที่เติบโตบนผิวของแหล่งน้ำที่สะอาดซึ่งอยู่ตามเทือกเขาและป่าลึกสาหร่ายสไปรูลินา 100แคปซูล จะให้โปรตีนบริสุทธิ์ 58 กรัม คลอโรฟีลล์อีก 2.1 กรัม สาหร่ายสไปรูลินาอุดมไปด้วยวิตามินบีที่จำเป็นต่อการล้างพิษ การฟื้นฟูและการปรับสมดุลของตับ สมอง และระบบประสาทและเป็นแหล่งวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นวิตามินที่หาไม่ได้ในพืชผักหรืออาหารที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ เนื่องจากแหล่งของวิตามินบีคือธัญพืชและเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดกรดขึ้น ภายในร่างกายที่เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงในช่วงล้างพิษ เพื่อให้ได้วิตามินดังกล่าว สาหร่ายสไปรูลินาจึงเป็นทางเลือกที่ดี
ดร.เบอร์นาร์ด เจนเซ็น ( Dr.bernard Jensen )หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดร่างกายด้วยการล้างพิษกล่าวว่า คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติในการเร่งกระบวนการล้างสารพิษและของเสียใน ตับกระแสเลือด และลำใส้ให้เร็วขึ้น และเนื่องจากการทำความสะอาดลำไส้ ตับ และกระแสเลือดถือเป็นร้อยละ 75 ของกระบวนการล้างพิษในร่างกายทั้งหมด ดังนั้นคลอโรฟิลล์จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้กระบวนการล้างพิษในร่างกายดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ดร.เบอร์นาร์ด เจนเซ็น ( Dr.bernard Jensen )หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดร่างกายด้วยการล้างพิษกล่าวว่า คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติในการเร่งกระบวนการล้างสารพิษและของเสียใน ตับกระแสเลือด และลำใส้ให้เร็วขึ้น และเนื่องจากการทำความสะอาดลำไส้ ตับ และกระแสเลือดถือเป็นร้อยละ 75 ของกระบวนการล้างพิษในร่างกายทั้งหมด ดังนั้นคลอโรฟิลล์จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้กระบวนการล้างพิษในร่างกายดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
8.10.51
กระเทียม(Garlic)
กระเทียม(Garlic) เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งที่ดีเยี่ยม จากการทดลองพบว่ากระเทียมมีฤทธิ์ในการด้านการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งและต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีภูมืคุ้มกันต่ำเนื่องจากการติดเชื้อ การทำเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด รวมไปจนถึงผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ น้ำมันกระเทียมช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้มะเร็ง ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งบริเวณจมูก คอ ตับ และปากมดลูก ทำลายองค์ประกอบของเซลล์มะเร็งส่งผลให้เซลล์มะเร็งตายในที่สุด นอกจากนี้กระเทียมยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสังเคราะห์สารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ช่วยป้องกันและรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งผิวหนัง และโรคเนื้องอกชนิดร้ายแรงได้หลายชนิด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามของเปอร์ออกไซด์ในการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ จากการศึกษาส่วนประกอบพบว่ากระเทียมมีสารที่ด้านการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกล็ดเลือดลื่น ไม่จับตัวกันเป็นก้อน นอกจากนั้นกระเทียมยังมีธาตูซีลีเนียมที่มีคุณสมบัติในการเป็นตัวต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน ป้องกันมิให้ออกซิเจนหลุดออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยขจัดของเสียออกจากเลือด ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ช่วยกระตุ้นกานไหลเวียนของเลือดให้สะดวก ยังส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ไม่หมองคล้ำง่าย เมื่อนำกระเทียมมาสกัดให้ลอกเปลือกนอกออกให้หมดเสียก่อน นำเอาแต่ส่วนเนื้อไปสกัด
30.9.51
ลูกแพร์ (Pear)
ลูกแพร์ (Pear) ลูกแพร์เป็นหนึ่งในอาหารไม่กี่อย่างที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ลูกแพร์มีสรรพคุรเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยทำความสะอาดไต มีวิตามินวี กรดโฟลิก ไนอาซิน แคลเซียมโพแทสเซียม และ แมกนีเซียม ช่วยทำความสะอาดไส้ตรง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่จะดีอย่างยิ่งหากกินในช่วงแรกของการล้างพิษ ลุกแพร์ยังมรแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมาะที่จำนำมากินในช่วงล้างพิษ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยชะล้างของเสียที่สะสม อยู่ในไตก่อนที่ของเสียเหล่านั้นจะตกผลึกกลายเป็นก้อนนิ่ว หากกินทั้งผลจะได้รับเส้นใยอาหารและกรดไฮดรอกซีซินนามิก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอสระที่ช่วยยับยั้งสารก้อมะเร็ง นอกจากนี้ลูกแพร์ยังอุดมไอด้วยสารด้านอนุมูลอิสระและเส้นใยเพ็กตินที่ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย เมื่อจะนำไปใช้ให้ล้างน้ำให้สะอาด หั่นพอหยาบ นำไปสกัดได้เลยทันที
29.9.51
สตรอว์เบอร์รี (Strawberry)

สตรอว์เบอร์รี (Strawberry) มีสรรพคุณช่วยแก้กระหาย รักษาอาการเมาค้าง สตรอว์เบอร์รีมีแคลเซียม คลอรีน โซเดียมกำมะถัน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี กรดโฟลิก และไบโดติน ดีต่อระบบขับถ่ายบำรุงพิวพรรณ ช่วยล้างพิษ ทำให้ร่างกายสะอาด แก้ไอ ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการจุกเสียด แน่นท้อง และดีต่อเลือด เมื่อจะนำไปใช้ให้ล้างให้สะอาด หั้นพอหยาบ นำไปสกัดได้เลนทันที
27.9.51
พีช (Peach)
พีช (Peach) พีชหรือลูกท้อช่วยทำความสะอาดลำไส้เล้กและลำไส้ใหญ่ มีวิตามินซี กรดโฟลิก เบตาแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม สารอาหารเหล่านี้มักรวมรวมตัวอยู่ที่เปลือก ดังนั้นหากนำมาทำเครื่องให้ล้างน้ำให้สะอาด คว้านเอาเมล็ดออก นำส่วนเนื้อไปสกัดโดยหั่นพอยาบ
26.9.51
บลูเบอร์รี ( Blueberry )

บลูเบอร์รี ( Blueberry )
มีสีม่วงเข้มและมีรสชาติหวานหอม อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามีน บี1 บี2 และบี6แมกนีเซียม โครเมียม วิตามินซี กรดไบโอทิน ( Biotin Acid ) กรดโฟลิก ( Folic Acid )และกรดไฟโตเคมิคอลลาจิก ( Phytochemical Ellagic Acid ) ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการริ้วรอยแห่งวัยนอกจากนั้นบลูเบอร์รียังมีสรรพคุณในการช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ และช่วยทำลายพิษจากอนุมูลอิสระ เมื่จะนำมาสกัดให้ล้างน้ำให้สะอาด นำไปสกัดได้เลยทันที
24.9.51
สูตรล้างสารพิษ ต้านมะเร็ง ขับลม
สูตรล้างสารพิษ ต้านมะเร็ง ขับลม
ส่วนผสม
บลูเบอร์รี 2 ถ้วย
เกรปฟรุต 1 ถ้วย
แอปเปิล 1 ถ้วย
ขิง 1 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
รายระเอียด ล้างแอปเปิลให้สะอาดมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าไม่ต้องเอาแกนหรือเมล็ดออก ปอกเปลือกขิงแล้วทุบพอแตก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นเกรปฟรุตพอหยาบนำบลูเบอร์รีกับส่นผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้เทใส่แก้ว เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่น ดื่มได้ทันที
ส่วนผสม
บลูเบอร์รี 2 ถ้วย
เกรปฟรุต 1 ถ้วย
แอปเปิล 1 ถ้วย
ขิง 1 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
รายระเอียด ล้างแอปเปิลให้สะอาดมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าไม่ต้องเอาแกนหรือเมล็ดออก ปอกเปลือกขิงแล้วทุบพอแตก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นเกรปฟรุตพอหยาบนำบลูเบอร์รีกับส่นผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้เทใส่แก้ว เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่น ดื่มได้ทันที
23.9.51
ประโยชน์ดีๆ ที่มีในลูกเดือย
ประโยชน์ดีๆ ที่มีในลูกเดือยสารอาหารที่มีในลูกเดือยมีแต่ของเด็ดๆ ทั้งนั้น ไล่ไปตั้งแต่วิตามินเอ-วิตามินเอ โพแทสเซียม โปรตินคุณภาพสูงเทียบเท่าโปรตินที่ได้จากข้าวโอ๊ดไขมัน คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอลัส แคลเซี่ยม ใยอาหาร- สารโคเซ็นโนไลด์ (coxenolid) ในลูกเดือยสามารถแผลงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเนื้องอกได้ ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นเซลล์มะเร็ง-น้ำที่ได้จากลูกเดือยต้ม มีสรรพคุณทำให้เลือดลมหมุนเวียนดีทำให้ผิวสวยผมดกและเป็นเงางาม-ตำรายาจีนลูกเดือยเป็นยาชนิดหนึ่ง สามารถรักษาอาการร้อนใน บำรุงไตบำรุงม้าม ปอด กระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะ บำรุงเลือดในสตรีหลังคลอดแก้โรคเหน็บชา อาการคลื่นใส้อาเจียน ท้องเสีย ทำให้เจริญอาหาร-น้ำลูกเดือยอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตานอกจากนี้ลูกเดือยยังสามารถลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวานได้ด้วย
22.9.51
ราสป์เบอร์รี (Raspberry)
ราสป์เบอร์รี (Raspberry) เป็นผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอร์รี อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน ไบโอติน (Biotin) วิตามินซี และน้ำตาลฟรักโทส (Fructose) มีฟลาโวนอยด์และแอนโทไชยานิน ซึ่งเป็นสารด้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อจะนำไปใช้ให้ล้างน้ำให้สะอาด นำไปสกัดได้เลยทันที
21.9.51
ผักโขม ( Spinach )

ผักโขม ( Spinach )ผักโขมดีต่อตับเลือดและถุงน้ำดี อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และคลอโรฟีลล์ ( Chlorophyll )มีเบต้าแคโรทีน วิตามินบี6 วิตามีนซี กรดโฟลิก แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมและโซเดียม เนื่องจากผักโขมมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นจนทำให้ดื่มยากสำหรับบางคน ให้แก้ไขด้วยการเจือจางด้วยน้ำเปล่า น้ำแตงกวา หรือน้ำแครอท จะทำให้ดื่มได้ง่ายมากขึ้น แม้ว่าผักโขมดีต่อการล้างพิษ แต่เนื่องจากกรดออ๊กซาลิก ( Oxalic ) ที่มีอยู่ในผักโขมจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมดังนั้นจึงไม่ควรดื่มน้ำผัก ผลไม้ ที่มีส่วนผลมหลักเป็นผักโขมมากกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์ เมื่จะนำมาใช้ให้ล้างผักโขมด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย หั่นพอหยาบ นำไปสกัดได้เลยทันที
20.9.51
For Face
ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ถ้าสาวๆไม่พยามรักษาผิวหน้าให้ดีเป็นพิเศษ ก็จะเสี่ยงมากๆที่เชื้อโรคจะมาหมักหมมจนเกิดการอุดตันเกิดสิวเสี้ยน จนลุกลามใหญ่โต เบ็นสิวอักเสบได้ ดังนั้นขอแนะนำขั้นตอนการรักษาความสะอาดผิวหน้าดังนี้
1. -Cleaning ใช้ Cleanser ที่มีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย -สาวผิวมันควรเลือกใช้ Cleanserอ่อนๆ -ใช้กระเป๋าน้ำเย็นประคบผิวหน้าเพื่อลดขนาดรูขุมขน ฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆ จะได้หาทางเข้าไปอุดตันยากขึ้น
2.Toning ในตอนกล่งคืน หลังจากล้างหน้า ชำระล้างเครื่องสำอางค์ ออกหมดแล้วอย่าลืมใช้ Toner เช็ดทำความสะอาดผิว ก่อนทา night cream ด้วยเพื่อให้ชัวร์ว่าผิวหน้าสะอาด ปราศจากเชื้อโรคจริงๆ 3.Moisturizing ครีมบำรุงผิวที่ใช้ในช่วงเช้า ควนเป็นประเภท non-water basedทั้งนี้เพื่อให้ครีมติดทนนานขึ้นต่อให้เจอน้ำฝนหรือความชื้นก็ไม่หลุดออกไปง่ายๆ4.Exfoliating ขัดผิวหน้าบ้าง อย่างสาวผิวมันก็ขอสักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ส่วนสาวผิวธรรมดาถึงผิวแห้งครั้งเดียวต่อสัปดาห์ก็ได้ จะได้กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ไม่ให้กลายเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค
แหล่งที่มานิตยสาร SPICY
1. -Cleaning ใช้ Cleanser ที่มีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย -สาวผิวมันควรเลือกใช้ Cleanserอ่อนๆ -ใช้กระเป๋าน้ำเย็นประคบผิวหน้าเพื่อลดขนาดรูขุมขน ฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆ จะได้หาทางเข้าไปอุดตันยากขึ้น
2.Toning ในตอนกล่งคืน หลังจากล้างหน้า ชำระล้างเครื่องสำอางค์ ออกหมดแล้วอย่าลืมใช้ Toner เช็ดทำความสะอาดผิว ก่อนทา night cream ด้วยเพื่อให้ชัวร์ว่าผิวหน้าสะอาด ปราศจากเชื้อโรคจริงๆ 3.Moisturizing ครีมบำรุงผิวที่ใช้ในช่วงเช้า ควนเป็นประเภท non-water basedทั้งนี้เพื่อให้ครีมติดทนนานขึ้นต่อให้เจอน้ำฝนหรือความชื้นก็ไม่หลุดออกไปง่ายๆ4.Exfoliating ขัดผิวหน้าบ้าง อย่างสาวผิวมันก็ขอสักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ส่วนสาวผิวธรรมดาถึงผิวแห้งครั้งเดียวต่อสัปดาห์ก็ได้ จะได้กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ไม่ให้กลายเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค
แหล่งที่มานิตยสาร SPICY
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
